การเสริมคางด้วยซิลิโคน การปฏิบัติตัวหลังการผ่าตัด

รีวิวเสริมคางกับโรงพยาบาลเอเชียคอสเมติก

คือบอกก่อนเลยว่าเราเป็นคนมีคางอยู่แล้วค่ะ แต่อยากให้มันเข้ารูปขึ้นมากอีกหน่อย ส่วนตัวแล้วไม่ชอบเสริมคางที่เสริมแล้วดูแหลมๆ เราว่าส่วนใหญ่เสริมแล้วมันดูไม่ค่อยธรรมชาติเท่าไหร่และก็กลัวในเรื่องของความปลอดภัยด้วย เราอยากได้เพิ่มมานิดหน่อยเข้ากับหน้าก็พอ เห็นรีวิวเสริมคางของทางโรงพยาบาลแล้วชอบมากเลยเสริมคางสวย ตัดสินใจโทรไปจองคิวขอปรึกษาดูก่อนอยากไปดูสถานที่ด้ว

เสริมคาง 2017

พอไปถึงก็มีเจ้าหน้าที่มาต้อนรับเราค่ะ พาไปทำประวัติรอปรึกษาคุณหมอเข้าไปสถานที่สถานที่สะอาดพนักงานก็บริการดี พอปรึกษาคุณหมอประทับใจคุณหมอค่ะ ทานอธิบายละเอียดเข้าใจ ตัดสินใจมัดจำ นัดวันทำเลยค่ะ วันทำเข้ามาถึงโรงพยาบาลเจ้าหน้าที่ก็พาไปล้างหน้าเตรียมเข้าห้องผ่าตัด พอคุณหมอมาก็เข้าห้องผ่าตัดเลยค่ะ คุณหมอท่านก็ฉีดยาให้เราทำแผลในไม่อยากเสี่ยงแผลเป็น

ตอนทำก็กลัวมากค่ะ อารมณ์ประมาณเราทำฟันอยู่แต่ไม่มีอาการณ์เจ็บ พอทำให้เสร็จออกจากห้องผ่าตัดให้หายกลัว เจ้าหน้าที่ก็เอายามาให้อธิบายการกิน พอเราเริ่มไหวหายมึนหายกลัวแล้วก็กลับบ้านมาถึงบ้านเราก็ประคบเย็นรอบๆกินยา อาการแรกๆ ก็บวมๆค่ะแต่ไม่ค่อยเยอะมากมาย อาการเจ็บก็กินยาแก้ปวดตามเวลามันก็ไม่เจ็บนะคะ แต่หมดฤทธิ์ยาก็จะปวดบ้าง

หลังจากนั้นก็จะค่อยๆยุบบวมลงเรื่อยๆ ค่ะ เราก็เข้าไปตรวจตามนัดนะคะ ต่อเนื่องจริงๆอาการก็ปกติดี แทบไม่มีผลข้างเคียงอะไรเลย เลือกไม่ผิดจริงๆ ค่ะ ผลออกมากประทับใจมาก

การเสริมคางด้วยซิลิโคน

การเสริมคางด้วยซิลิโคนเป็นอีกหนึ่งการศัลยกรรมที่ปรับแต่งรูปใบหน้าเพราะขนาดของคางเป็นปัจจัยหนึ่งที่กำหนดมิติของใบหน้าผู้ที่มีคางสั้น คางเล็ก คางไม่มีความนูน คางร่นถอยมาด้านหลัง ทำให้ใบหน้าดูกลม หน้าสั้น ส่วนกลางของใบหน้าดูกว้าง แลดูไม่สมส่วนและไม่มีมิติ  การเสริมคางจะช่วยสามารถแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้ สามารถแบ่งได้ 3 วิธีรักษาคือ

  1. การฉีดสารเติมแต่ง ซึ่งมีให้เลือก 2 ชนิด คือการฉีดด้วยไขมันตนเอง และการฉีดด้วยสารสังเคราะห์ (Hyaluronic acid fillers)
  2. การศัลยกรรมเลื่อนคาง เป็นการผ่าตัดสำหรับคนที่มีปัญหาเรื่องคางสั้นมากๆ หรือผู้ที่มีคางร่นไปด้านหลัง มีความปลอดภัยค่อนข้างสูงแต่จะมีค่าใช้จ่ายที่แพง
  3. การเสริมคางด้วยซิลิโคน เหมาะกับปัญหาผู้ที่มีคางลักษณะเล็ก คางสั้น ซึ่งทำให้ดูเป็นรูปหน้าสั้น สัดส่วนของใบหน้า ส่วนล่างสั้นกว่า เมื่อดูรวมๆแล้วจะเป็นใบหน้าที่กลม

ความเสี่ยงในการศัลยกรรมเสริมคาง  แน่นอนว่าการผ่าตัดจะต้องมีความเสี่ยงอย่างมากเพราะการที่ใส่สิ่งแปลกปลอมเข้าไปในร่างกายย่อมต้องมีผลเสียเช่นเกิดผังพืด รู้สึกชาที่ริมฝีปากล่าง อาการจะค่อยๆดีขึ้นหลังจากการผ่าตัดมาประมา 1 สัปดาห์  มีอาการบวมช้ำรอบๆบริเวณคาง การรับรู้ความรู้สึกที่คางอาจเปลี่ยนไปหรือจะเป็นบางครั้งบางคราวหรือเกิดอาการชาถาวรก็เป็นได้ โอกาสที่ซิลิโคนเลื่อนออกจากตำแหน่งหรือการกระทบกระเทือนที่บริเวณใบหน้าก่อให้เกิดการอักเสบและเสี่ยงต่อการติดเชื้อรุนแรงได้

การปฏิบัติตัวหลังการผ่าตัด

  1. หลังการผ่าตัดคนไข้ควรพักพื้นเว้นกิจกรรมต่างๆที่รุนแรง สังเกตและกลับมาพบแพทย์ตามนัดหลังจากผ่าตัดมาแล้ว 7 วัน เพราะการผ่าตัดเสริมคางไม่ต้องนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาล
  2. กรณีที่มีแผลผ่าตัดอยู่ภายในช่องปาก ผู้ป่วยควรทานอาหารเหลว อาหารอ่อนที่ไม่ต้องออกแรงเคี้ยวเยอะ หรืออาหารที่มีความเหนียว แข็ง เพื่อลดการกระทบการะเทือนของบาดแผล และควรบ้วนปากด้วยน้ำสะอาดหรือน้ำเกลือทุกครั้ง
  3. อาการบวมที่แผลในช่วงแรกๆไม่ควรตกใจซึ่งอาจเกิดกับทุกคนเพราะจะเป็นใน 3-4 วันหลังจากการผ่าตัด แต่หากพบว่าบวมผิดปกติควรกลับไปพบแพทย์ ซึ่งต้องทานยาแก้ปวดลดอักเสบ และยาฆ่าเชื้อมากกว่าปกติ หรือบางรายอาจเกิดจากความผิดพลาดของการผ่าตัดก็จะต้องนำซิลิโคนออกเพื่อประเมินอาการอีกครั้ง
  4. ท่านอนที่ดีควรนอนหงายไม่ควรนอนตะแคงเพราะอาจส่งผลให้ซิลิโคนเบี้ยวได้ และไม่ควรออกกำลังกายอย่างรุนแรง

การศัลยกรรมย่อมมีทั้งผลดีและผลเสีย หากคุณเลือกในสิ่งที่ปลอดภัยและได้รับมาตรฐานคุณก็จะเป็นคนที่สวยอย่างฉลาดที่สำคัญเจ็บตัวเพียงครั้งเดียวเท่านั้น

เสริมคางจำเป็นมากที่สุดแต่มีคนทำน้อยที่สุด

สวัสดีครับทุกท่านเมื่อพูดถึงเรื่องของการทำศัลยกรรมบนใบหน้าแล้วต้องยอมรับกันครับว่าการทำศัลยกรรมเสริมคางนั้นมีความจำเป็นมากที่สุดและในขณะเดียวกันมันเองก็เป็นสิ่งที่มีคนทำศัลยกรรมน้อยที่สุดซึ่งเมื่อพูดแบบนี้แล้วเชื่อว่าหลายท่านอาจจะยังงงๆอยู่ว่าที่ผมพูดไปนั้นมันหมายความถึงอะไรไม่ต้องงงหรือสงสัยไปครับเพราะในบทความตอนนี้ผมจะทำการอธิบายให้ทุกท่านได้รับฟังกันว่าไอ้ที่บอกว่าเสริมคางนั้นสำคัญที่สุดหรือจำเป็นมากที่สุดแต่มีคนทำน้อยที่สุดนั้นมันคืออะไร อย่างไร

ศัลยกรรมคาง เสริมคางให้หน้าเรียวสวย

การเสริมคางแต่ก่อนที่เราจะมาพูดกันถึงเรื่องนี้เราเองมีความจำเป็นที่จะต้องทำความเข้าใจในเรื่องของใบหน้ากันก่อนครับว่าใบหน้าของคนเราใบหน้าหนึ่งๆ นั้นมีส่วนประกอบหลักประกอบไปด้วยคิ้ว ตา จมูก ปาก และคางซึ่งอวัยวะทุกส่วนนั้นมีความจำเป็นที่จะต้องรับ Balance หรือรับกับโครงใบหน้าพอดีจึงจะทำให้ใบหน้าที่ออกมาดูสมดุลกันซึ่งก็คือใบหน้าของเราท่านๆ ที่เห็นกันโดยทั่วไปนั่นแหละครับส่วนจะหล่อ จะสวยมากน้อยขนาดไหนนั้น เราข้ามเรื่องนี้ไปเพราะไม่ใช่เรื่องเราจะมาโฟกัสและเป็นเรื่องของพันธุกรรมเสียเป็นส่วนใหญ่

เสริมคาง

ทีนี้มีบางกรณีที่ใบหน้าที่ออกมานั้นดันเกิดไม่สมดุลขึ้นซึ่งสาเหตุที่ใบหน้ารไม่สมดุลนั้นไม่ได้เกิดจตากการที่อวัยวะส่วนอื่นผิดปกติหากแต่เป็นที่ตัวคางเองเช่นคางอาจจะบิดเบี้ยวไม่ได้รูปทรงหรือคางมีลักษณะที่เรียวแหลมจนเกิดไปทำให้เมื่อประกอบเข้ากับใบหน้าแล้วดูน่าเกลียดดังนั้นการที่จะแก้ไขในเรื่องนี้จึงต้องแก้ที่ตัวของคางเองเป็นสำคัญครับ จะมาแก้ที่หู ตา จมูก หรือส่วนใดก็ไมได้ผลดังนั้นผมจึงบอกไงครับว่าถ้าจะศัลยกรรมใบหน้าให้สวยแล้วการทำศัลยกรรมเสริมคางจึงมีความสำคัญที่สุดเพราะต่อให้ทำหน้า ทำจมูกสวยงามแค่ไหน แต่ถ้าคางไม่ได้รูปก็เป็นอันจบสิ้นครับ

เมื่อเป็นเช่นนั้นแล้วหลายคนอาจจะสงสัยว่าเมื่อมันสำคัญที่สุดแล้วเหตุใดจึงมีคนเสริมคางน้อยที่สุดซึ่งประเด็นนี้ตอบได้ไม่ยากเลยครับซึ่งสาเหตุที่เป็นเช่นนี้ก็เป็นเพราะว่าคางของคนเรานั้นเมื่อคลอดออกมาก็ได้รูปร่าง ได้สัดส่วนรับกับใบหน้าอยู่แล้วเว้นเสียแต่ผู้ที่เกิดมาพิการซึ่งถือว่าเป็นส่วนน้อยเพียงไม่ถึง 1% ของประชากรทั้งหมดทั่วโลกดังนั้นในการทำศัลยกรรมใบหน้าจึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องทำศัลยกรรมตัดแต่ง ตกแต่ง เสริมคาง เหลาคาง แต่อย่างใดอีกไปเลือกทำศัลยกรรมตรงส่วนอื่นได้เลยดังนั้นเมื่อเปรียบเทียบเป็นสัดส่วนระหว่างการทำศัลยกรรมเสริมคางกับการทำศัลยกรรมส่วนอื่นแล้วมันจึงมีน้อยกว่านั่นเองครับ