3 โรคของคนโสด

3 โรคของคนโสด

การเป็นโสดนั้นมีข้อดีหลายอย่าง เพราะการมีอิสรภาพเต็มที่ และไม่ต้องมาคอยระแวงเรื่องของคนรัก แต่คิดว่าหลาย ๆ คนก็เลือกที่จะมีคู่มากกว่า เพราะการมีคู่นั้นดูเหมือนจะเป็นข้อได้เปรียบในเรื่องสุขภาพ เพราะการอยู่คนเดียว อาจจะเพิ่มความเสี่ยงให้คุณเป็นโรคต่อไปนี้

คนโสด

  • โรคมะเร็งเต้านม แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านมะเร็งเต้านมได้ออกมาเผยข้อมูลว่า คนที่เป็นโสดหรือคนที่แต่งงาน และมีลูกหลังอายุ 35 ปี มีโอกาสเสี่ยงเพิ่มขึ้น มากกว่าคนที่มีลูกเร็ว เพราะว่ามะเร็งเต้านมนั้น มีความสัมพันธ์โดยตรงกับฮอร์โมนในร่างกาย
    ในร่างกายของผู้หญิงตั้งครรภ์นั้น จะไม่มีการเปลี่ยนฮอร์โมนให้เป็นสารเอสโตรเจน ซึ่ง เป็นปัจจัยอย่างหนึ่ง ที่ก่อให้เกิดมะเร็งเต้านมได้ และยังมีปัจจัยอื่น ๆ ด้วย เช่น การออกกำลังกายน้อย ทานอาหารที่มีไขมันสูง การดื่มแอลกอฮอล์ หากคุณยังเป็นโสดอยู่ การหันกลับมาดูแลสุขภาพให้มากขึ้น ก็จะช่วยลดปัจจัยเสี่ยงลงได้มาก
  • ช็อกโกแลตซีสต์ เป็นโรคของผู้หญิง ซึ่งผู้หญิงทุก ๆ คนมีสิทธิ์ป่วยด้วยโรคนี้ ไม่ว่าจะเป็นคนมีคู่แล้ว หรือ คนโสด แต่สำหรับคนโสดแล้ว มีโอกาสเสี่ยงป่วยเป็นโรคนี้มากกว่า เนื่องจากว่าคนโสดนั้น ไม่มีโอกาสตั้งครรภ์ เพราะในร่างกายของผู้หญิงนั้น เมื่อตั้งครรภ์ไปได้ 9 เดือน จะเป็นช่วงที่ร่างกายขาดประจำเดือน จะทำให้ซีสต์ที่เป็นอยู่ฝ่อลง และสลายตัวไปในที่สุด
  • โรคหัวใจ ไม่ได้หมายถึงโรคเหงา ห่อเหี่ยวหัวใจแต่อย่างใด หมายถึงโรคหัวใจจริง ๆนิแหละ โดยผลการวิจัยทางจิตวิทยาของสหรัฐอเมริกาเผยว่า การแต่งงานจะช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจได้ โดยเฉพาะเพศชาย เพราะว่าคนที่มีคู่นั้น มีโอกาสแสดงความรัก ต่อคู่รักของตนมากกว่าคนโสด
    ข้อดีของมันก็คือ มันทำให้ร่างกายหลั่งสารแห่งความสุข ลดความวิตกกังวล ลดความเครียด ลดความดันโลหิต ทำให้หัวใจเต้นในจังหวะที่เหมาะสม ทำให้หัวใจได้รับการทนุถนอม ทำให้ลดโอกาสเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ แต่หากมีชีวิตการแต่งงานที่ไม่ได้ราบรื่น และมีปัญหาเรื่องความสัมพันธ์อยู่ตลอดเวลา แบบนี้คนแต่งงานก็อาจมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจพอ ๆ กับคนโสดได้เหมือนกัน
  • อัลไซเมอร์ โรคอัลไซเมอร์สามารถป้องกันได้ โดยการมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อผู้คนรอบข้างอย่างสม่ำเสมอ หรือมีกิจกรรมที่ช่วยกระตุ้นให้สมองได้ทำงาน และการฝึกคิดวิเคราะห์ก็ช่วยให้สมองทำงานได้ดีเพิ่มมากขึ้น ซึ่งงานวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ได้บอกว่า คนที่แต่งงานแล้ว มีโอกาสเป็นโรคอัลไซเมอร์น้อยกว่า 50 % เพราะว่าโอกาสที่คนโสดจะมีโอกาสติดต่อปฏิสัมพันธ์กับคนอื่นได้น้อยกว่า แต่ถ้าหากคุณเป็นคนเพื่อนเยอะ และติดต่อกันอยู่ตลอดเวลา คุณลดความเสี่ยงในการเป็นโรคนี้ลงได้

ทั้งการเป็นโสดและการแต่งงาน ก็มีข้อดีข้อเสียที่แตกต่างกัน การเป็นโสด ก็มีอิสรภาพที่สามารถทำอะไรก็ได้ มีเวลาเป็นของตัวเอง ไม่ต้องใส่ใจฝ่ายตรงข้ามให้มาก แต่ชีวิตคู่ก็มีข้อดีหลาย ๆ อย่าง ช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ดี และยังช่วยป้องกันโรคหลาย ๆ โรคได้อีกด้วย

นอนดึกเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดถุงใต้ตา

สวัสดีสาวๆ ผู้รักในความสวย ความงามทุกท่านครับ เมื่อพุดถึงปัยหาบนใบหน้าแล้วเชื่อว่าปัญหาถุงใต้ตาหย่อนยานและดำคล้ำน่าจะเป็นปัญหาลำดับต้นๆ ที่บรรดาผู้หญิงส่วนใหญ่ต่างพบเจอกันโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้หญิงที่มีกิจกรรมยามว่างในการเที่ยวกลางคืนหรือนอนดึกดื่นเพราะติดซีรีย์เกาหลีซึ่งสาเหตุที่เป็นเช่นนี้นั้นก็เป็นเพราะว่าการนอนดึกนั่นเองครับ การรักษาสามารถทำการผ่าตัดถุงใต้ตาได้ถือเป็นการทำศัลยกรรมอย่างหนึ่ง

สาเหตุที่ทำให้เกิดถุงใต้ตา

การผ่าตัดถุงใต้ตาการที่คนเรานอนดึกมากๆ ติดต่อกันเป็นระยะเวลานานจะทำให้ประสาทตาเกิดอาการบวมช้ำและจะส่งผมถึงถุงใต้ตาโดยจะทำให้ถุงใต้ตามมีอาการบวมมากกว่าปกติรวมไปถึงยังทำให้บริเวณขอบตาคล้ำดำรอบดวงตาและในรายที่มีผิวขาวเจ้ารอยดำคล้ำนี้ก็จะเห็นได้ชัด

สำหรับการแก้รอยคล้ำดำบริเวณถุงใต้ตานั้นมีวิธีการแก้ไขง่ายที่สุดก็คือก่อนนอนทุกครั้งให้นำเอาแตงกว่าปอกเปลือกมามาฝานทางหนากะให้พอประมาณปิดตาของเราได้จากนั้นนำมาปิดที่บริเวณลูกตาและเบ้าตารวมไปถึงบริเวณถุงใต้ตาประมาณ 15-30 นาทีก่อนนอนหรือจะปล่อยไว้จนนอนหลับไปเลยก็ได้ครับเมื่อตื่นมาเจ้ารอยดำคล้ำนั้นก็จะหายไปหรือลดลงนอกจากการนอนดึกจะส่งผลต่อรอยดำคล้ำบริเวณถุงใต้ตาแล้วการจ้องมองคอมพิวเตอร์หรือการใช้สายตาเป็นเวลานานๆ ก็ทำให้ประสาทตาเกิดอาการอ่อนล้าและเป็นสาเหตุที่ทำให้ถุงใต้ตาอักเสบและบวมเช่นกันดังนั้นจึงควรพักสายตาหลังจากที่มีการจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นระยะเวลานานๆ โดยทางการแพทย์ต่างชาติได้ออกมาให้คำแนะนำว่าทุกๆ 2 ชั่วโมงที่อยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์ควรที่จะพักสายตาประมาณ 5-15 นาทีด้วยการมองออกไปรอบๆ ห้องหรือมองจุดที่สบายตาหรืออาจจะหลับตาเพื่อให้สายตาได้พักบ้างก็จะทำให้อาการบวมของถุงใต้ตาลดลง (more…)

สูตรฟอกฟันขาวโดนใจ ด้วยสไตล์ธรรมชาติ

สูตรฟอกฟันขาวแบบธรรมชาติ

ฟันขาวหน้าตา และบุคลิก ดูเหมือนเป็นเรื่องสำคัญสำหรับคนในยุคนี้ไปเสียแล้ว และหนึ่งในสุขภาพที่หลายคนมองข้ามไป นั่นก็คือ สุขภาพฟันนั่นเองครับ คงไม่ค่อยดีเท่าไหร่ หากภายนอกหน้าตาสวยงาม หุ่นดี แต่ยิ้มออกมาแล้ว สีฟันหม่นหมอก ไม่น่ามอง วันนี้ผมมีวิธีที่จะทำให้เพื่อนๆ มีรอยยิ้มที่ฟันขาวสวย ด้วยสูตรการฟอกสีฟันแบบธรรมชาติ ไม่ต้องพึ่งหมอ ให้เสียเงินเสียทอง ตามผมมาเลยครับ

สูตรแรก คือ การใช้น้ำมะนาว ผสมกับ เบกกิ้งโซดา (อันนี้ร้านขายพวกอุปกรณ์ และ วัสดุทำขนมจะมีขายครับ ลักษณะเป็นผงสีขาว เนื้อละเอียด เหมือนแป้งมันสำปะหลัง) และ ไฮโดรเจน เปอร์ออกไซด์ (อันนี้ไม่ต้องมากครับ แต่ไม่กี่หยดก็พอ) นำทั้งสามส่วนนี้มาผสมเข้าด้วยกัน จากนั้นนำแปรงสีฟันมาชุบ และแปรงฟัน ในหนึ่งอาทิตย์ให้ทำซัก 2 – 3 ครั้งก็เพียงพอแล้วละครับ เพื่อนๆจะเห็นการเปลี่ยนแปลงของสีฟันไปในทางที่ดีขึ้น

สูตรที่สอง คือ การใช้ผงถ่าน (ไม่ใช่ถ่านชาร์จแบตเตอรี่นะครับ) ผงถ่านดำๆ นี่แหละตัวดีเลย โดยนำแปรงสีฟันชุบ ผงถ่านจากนั้นก็นำไปแปรงฟัน บ้วนน้ำออก แล้วค่อยแปรงฟันด้วยยาสีฟันแบบปกติ เพียงเท่านี้เพื่อนๆ จะได้ฟันขาวชวนมองแล้วหละ แต่ขอแนะนำว่าเลือกถ่านที่มันดูดีหน่อยนะครับ ไม่ใช่กองอยู่ที่พื้นในร้านขายถ่าน หมา แมว เดินผ่านไปมา อันนี้ไม่เวิร์คนะ

สูตรที่สาม คือ การใช้น้ำมันมะพร้าว วิธีนี้เป็นวิธีที่ง่ายมากๆ ครับ เพียงแค่เพื่อนๆ ไปซื้อน้ำมันมะพร้าว (เอายี่ห้ออะไรก็สุดแท้แต่ความต้องการเลยครับ) แล้วนำมากลั้วคอ บ้วนปาก ทุกเช้า ทำเช่นนี้เป็นประจำ สีฟันของเพื่อนๆจะขาวขึ้น แถมน้ำมันมะพร้าวยังมีคุณสมบัติในการจำกัดเชื้อแบคทีเรีย และดีต่อเนื้อเยื่ออีกด้วย ช่างเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลกจริงๆ นะ

สูตรที่สี่ คือ เปลือกกล้วย ใช่แล้วละครับ เพื่อนๆ ฟังไม่ผิดหรอก เพียงแค่เรานำเอาเปลือกกล้วยมาถูฟัน มันก็ทำให้ฟันขาวขึ้นได้นะเอ้า เพราะว่าในเปลือกกล้วยจะมีสารบางอย่างที่ช่วยให้ฟันของเราขาวขึ้นนั่นเองหละครับ แต่อย่าไปทำต่อหน้าคนอื่นนะ เดี๋ยวเค้าจะหาว่าเราเพี้ยน

สูตรที่ห้า คือ การนำเอาผงขมิ้นมาถูฟัน ถึงแม้ว่าผงขมิ้นจะมีสีเหลือง แต่มันไม่ได้ทำให้ฟันของเราเหลืองเหมือนผงขมิ้นนะครับ ในทางกลับกัน มันจะทำให้สีฟันของคุณขาวขึ้นด้วยซ้ำไป วิธีใช้เพียงเพื่อนๆ แปรงฟันด้วยผงขมิ้นก่อนทำการแปรงฟันด้วยยาสีฟันแบบปกติ ทำอย่างนี้เป็นประจำ ฟันของเพื่อนๆ จะขาวขึ้น ไม่เชื่อต้องลองเอง ฟันขาวแล้วอย่าลืมเอามาอวดกันบ้างหละ

ดูแลสุขภาพฟันให้แข็งแรงและขาวสะอาด

อย่ามองข้ามสุขภาพฟัน อวัยวะสำคัญที่เราใช้ในทุกๆ วันควรดูแลเพื่อให้สะอาดและแข็งแรง เพราะหากทิ้งไว้อาจสายจนเกินแก้เพราะ การรักษาฟันและโรคภายในช่องปากราคาค่อนข้างแพงและทำได้ยาก แถมใช้เวลานาน และยังอาจะทำให้เราไม่มีความมั่นใจเวลาไปพูดคุยกับคนอื่นๆ อีกด้วย

อยากฟันขาว

อยากฟันขาวทำยังไงดี

อาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพฟันที่ดี

  1. แคลเซียมเป็นส่วนประกอบสำคัญของฟัน จึงควรรับประทานนมและโยเกิร์ตเพราะนมและโยเกิร์ตอุดมไปด้วยแคลเซียม
  2. ควรรับประทานอาหารที่มีฟอสเฟต นั่นก็คือชีส เพราะฟอสเฟตมีส่วนช่วยในการป้องกันฟันผุและป้องกันการเกิดแบคทีเรียในช่องปาก
  3. ชาเขียว อุดมไปด้วยฟลูออไรด์ ช่วยเสริมสร้างฟันให้มีสุขภาพแข็งแรง
  4. ควรเลือกรับประทานอาหารที่มีเส้นใย เพราะอาหารที่มีเส้นใยจะช่วยทำให้คราบอาหารไม่ติดฝังแน่นอยู่บนฟัน
  5. วิตามิน C จะช่วยให้เหงือกมีสุขภาพแข็งแรง ผักและผลไม้ที่มีวิตามิน C เช่น ส้ม มะขามเทศ ฝรั่ง มะขามป้อม และสัปปะรด เป็นต้น
  6. ฟอสฟอรัส มีส่วนช่วยให้ฟันแข็งแรง อาหารที่มีฟอสฟอรัสได้แก่ อาหารประเภทเนื้อแต่ควรเลือกเนื้อที่ไม่ติดมัน
  7. ผักและผลไม้ที่มีวิตามิน A เพราะวิตามิน A มีส่วนช่วยในเรื่องของการก่อรูปผิวเคลือบฟัน เช่น แครอท มะเขือเทศ มะละกอ เมล็ดงา
  8. วิตามินบี ช่วยรักษาเนื้อเยื่อในช่องปากมีสุขภาพดี อาหารที่มีวิตามินบีได้แก่ กล้วย และมันฝรั่ง
  9. วิตามินเค จากบร็อคโคลี่และกะหล่ำปลี เพราะวิตามินเคช่วยในเรื่องของการดูดซึมแคลเซียมได้เป็นอย่างดี

นอกเหนือจากอาหารและเครื่องดื่มที่กล่าวมาด้านบนแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือการดื่มน้ำ เพราะน้ำเป็นองค์ประกอบสำคัญของร่างกาย ดังนั้นควรดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8 ถึง 10 แก้ว